fieldjournalid
![]() | วิทยานิพนธ์ (MIT) 2024 |
| 1. | การเปรียบเทียบประสิทธิภาพการจำแนกความสามารถในการชำระหนี้สำหรับ ผู้กู้รายเดิมด้วยเทคนิคการเรียนรู้ของเครื่อง [แสดงบทคัดย่อ] [ซ่อนบทคัดย่อ] | |
| ผู้แต่ง : ธันย์ชนก ขำประดิษฐ์ | ||
| งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์สร้างแบบจำลองข้อมูลการในการวิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้คืนโดยใช้เทคนิคการเรียนรู้ของเครื่อง และเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของเทคนิค
ที่เหมาะสมในการจำแนกความสามารถในการชำระหนี้คืนจากข้อมูลลูกค้าผู้กู้รายเดิม เพื่อช่วยธนาคารประกอบการตัดสินใจในการอนุมัติสินเชื่อ โดยการนำข้อมูลในอดีตมาวิเคราะห์เพื่อสะท้อนถึงความสามารถในการชำระหนี้ในอนาคต และทำให้ธนาคารมีเครื่องมือที่ง่ายต่อการอนุมัติในการปล่อยสินเชื่อของลูกค้าที่เคยมีประวัติการขอสินเชื่อจากธนาคาร จากการศึกษานี้ใช้ข้อมูลประเมิน
ศักยภาพลูกหนี้ของธนาคารแห่งหนึ่ง จำนวน 4,334 ราย โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้ของเครื่อง
เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการชำระหนี้และเปรียบเทียบโมเดลที่มีผลต่อความสามารถในการ
ชำระหนี้ โดยเทคนิคที่เลือกใช้ ได้แก่ Logistic Regression Neural Network Decision Tree
และ Random Forest ด้วยโปรแกรม Visual Studio Code จากผลการศึกษาพบว่า โมเดล
Random Forest มีความแม่นยำสูงและแปรปรวนต่ำ วัดประสิทธิภาพค่าเฉลี่ยความถูกต้องแม่นยำ (Accuracy) คิดเป็น 95.98% และค่าเฉลี่ยความคลาดเคลื่อนในการทำนาย (RMSE) 20.99% นอกจากนี้ต้นเงินค้างในบิล (The Principal Remains on the Bill) มีผลต่อความสามารถในการชำระหนี้คืนมากที่สุด โมเดล Random Forest จึงมีความเหมาะสมที่จะนำไปใช้ในการพิจารณา
อนุมัติสินเชื่อ โดยวัดจากค่าประสิทธิภาพความแม่นยำสูงสุดจากการสร้างโมเดลที่ทำนายจากพฤติกรรมการชำระหนี้ของผู้กู้รายเดิมในอดีต จะช่วยส่งผลให้การปล่อยอนุมัติสินเชื่อของธนาคาร
มีประสิทธิภาพและมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น
Full Text : Download! |
||
| 2. | การออกแบบระบบประมูลออนไลน์รังนกโดยการประยุกต์ใช้บล็อกเชน [แสดงบทคัดย่อ] [ซ่อนบทคัดย่อ] | |
| ผู้แต่ง : กันต์ธีร์ เจริญเศรษฐศิลป์ | ||
| การประมูลรังนกแอ่นออนไลน์ เป็นอาหารที่เชื่อว่าสามารถเสริมสุขภาพ และบำรุงร่างกาย จึงส่งผลให้รังนกแอ่นนั้นมีมูลค่าสูง ส่งผลทำให้มีความต้องการสูงในตลาด ในปัจจุบันกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยู่ระหว่างการดำเนินการส่งเสริมให้นกแอ่นกินรังเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ และผลักดันให้การทำฟาร์มรังนกแอ่นกินรังถูกกฎหมาย เนื่องจากปี พ.ศ.2563 เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้การผู้คนพบเจอกันได้น้อยลงเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส ส่งผลทำให้เกิดการทำธุรกรรมต่าง ๆ หรือการดำเนินธุรกิจต่าง ๆ ที่ต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ตมากขึ้น อีกทั้งต้องการให้สามารถเข้าถึงสินค้ารังนกแอ่นให้สามารถซื้อขายได้สะดวก และง่ายยิ่งขึ้น งานวิจัยนี้จึงมีการออกแบบ และพัฒนาเว็บไซต์การประมูลรังนกแอ่นกินรัง ที่มีความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน ซึ่งมีการออกแบบตั้งแต่เว็บแอปพลิเคชัน ระบบการประมวลผลด้านหลัง และระบบบล็อกเชน ซึ่งทั้งหมดทำงานบนบริการกลุ่มเมฆที่สามารถขยายการขนาดปริมาณการใช้งานภายในระบบได้ และทำการทดสอบประสิทธิภาพจากการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนแบบ Hyperledger Fabric เข้าไปประยุกต์ใช้ ผลปรากฏว่าระบบการประมูลรังนกแอ่นสามารถดำเนินการประมูลได้ จากการผู้ใช้สามารถเข้ามาใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตได้ และได้ดำเนินการทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของระบบบล็อกเชนเพื่อระบบการประมูลรังนกแอ่นสามารถรองรับการทำรายการได้ในปริมาณได้มากขึ้นในอนาคต จากการทดลองตั้งค่าตัวแปรเพื่อหาปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของระบบการประมูลรังนกแอ่น
Full Text : Download! |
||
| 3. | การวิเคราะห์ประสิทธิภาพสำหรับการตัดสินใจของฟาร์มนกแอ่นกินรังได้โดยใช้ ArcGIS [แสดงบทคัดย่อ] [ซ่อนบทคัดย่อ] | |
| ผู้แต่ง : รักษ์ชาติ เกตุบุญลือ | ||
| งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบสนับสนุนการตัดสินใจสำหรับการเลือกพื้นที่สร้างอาคารเพาะเลี้ยงนกแอ่นกินรัง โดยใช้เทคโนโลยีระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) ผ่าน ArcGIS Portal และทดสอบประสิทธิภาพของระบบด้วยเครื่องมือ Apache JMeter งานวิจัยมุ่งเน้นที่การประเมินพื้นที่ที่มีศักยภาพในการสร้างฟาร์มนกแอ่นในอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยการซ้อนทับข้อมูลเชิงพื้นที่ เช่น การใช้ประโยชน์ที่ดิน แหล่งน้ำ ความใกล้ชิดกับชุมชน และข้อบังคับทางกฎหมาย เช่น กฎหมายการใช้ที่ดินและการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า จากผลการศึกษาพบว่า มีหลายพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการสร้างฟาร์มนกแอ่นในเขตอำเภอปากพนัง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีแหล่งอาหารและแหล่งน้ำที่เพียงพอและมีการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานที่ดี นอกจากนี้ ระบบสนับสนุนการตัดสินใจที่พัฒนาขึ้นยังสามารถแสดงผลข้อมูลเชิงพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ใช้งานสามารถใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์และตัดสินใจเลือกพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ โดยผลการทดสอบประสิทธิภาพของระบบด้วย Apache JMeter พบว่าระบบสามารถรองรับผู้ใช้งานพร้อมกันได้ถึง 300-500 คน โดยไม่มีปัญหาในการทำงานหรือเวลาตอบสนองมากนัก การทดสอบโหลดและการทดสอบความทนทานแสดงให้เห็นว่าระบบสามารถทำงานได้ดีในสภาวะที่มีการใช้งานหนัก อย่างไรก็ตาม ระบบเริ่มมีปัญหาเมื่อมีการใช้งานเกินขีดจำกัด ซึ่งจะต้องมีการปรับปรุงเพื่อรองรับการใช้งานในอนาคต ดังนั้น จากผลการวิจัยนี้ สามารถสรุปได้ว่า ระบบสนับสนุนการตัดสินใจเลือกพื้นที่สำหรับการสร้างอาคารเพาะเลี้ยงนกแอ่นกินรังที่พัฒนาขึ้น มีศักยภาพสูงในการช่วยผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเลือกพื้นที่ที่เหมาะสม ทั้งยังมีประสิทธิภาพในการรองรับการใช้งานพร้อมกันได้อย่างดี
Full Text : Download! |
||
| 4. | การเพิ่มทักษะการสนทนาภาษาญี่ปุ่นด้วยการใช้แอปพลิเคชันรูปแบบเกมตามรูปแบบการเรียนรู้ VARK [แสดงบทคัดย่อ] [ซ่อนบทคัดย่อ] | |
| ผู้แต่ง : อรรถวุฒิ แซ่ชั่น | ||
| งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหารูปแบบสื่อการสอนทักษะการสนทนาภาษาญี่ปุ่นที่เหมาะสมกับรูปแบบการเรียนรู้ของผู้เรียนภาษาญี่ปุ่น และเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างกลุ่มที่เรียนรู้ด้วยแอปพลิเคชันที่ใช้สื่อการสอนแบบเกมและเพลง กับกลุ่มที่เรียนรู้ด้วยวิธีการเรียนแบบเดิม จากการสารวจเบื้องต้นสรุปได้ว่าภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาที่มีภาษาพูดและภาษาเขียนที่แตกต่างกันในด้านของบริบทของภาษา และไวยากรณ์ที่ซับซ้อน ทาให้เมื่อเวลานักเรียนพูดภาษาญี่ปุ่นมีโอกาสเกิดการพูดโดยใช้คาศัพท์หรือไวยากรณ์ที่ผิดและไม่สอดคล้องกับสถานการณ์หรือไม่เหมาะสมกับบทบาทของของผู้พูดและผู้ฟังได้ง่าย นอกจากนี้พบว่าผู้เรียนส่วนใหญ่มีปัญหาทักษะด้านภาษาญี่ปุ่น และมีความไม่มั่นใจในการพูดเนื่องจากความไม่มั่นใจในการใช้ไวยากรณ์ ในส่วนของรูปแบบการเรียนรู้จากผลการสารวจนักศึกษาจานวน 203 คน พบว่ารูปแบบการเรียนรู้ที่มีคะแนนสูงสุดคือ Aural (การฟัง) รองลงมาคือ Kinesthetic (การลงมือปฏิบัติ) ดังนั้นแอปพลิเคชันจึงถูกออกแบบให้มีเนื้อหาในรูปแบบเกมควิซ และรูปแบบเพลง ในการวิจัยครั้งนี้ได้ใช้เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยซึ่งประกอบไปด้วย แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียน, แบบประเมินความพึงพอใจ และแอปพลิเคชันตัวต้นแบบที่พัฒนาขึ้น โดยมีอาสาสมัครนักศึกษาเข้าร่วมทดลอง 21 คน ผลการทดลองพบว่ากลุ่มทดลองมีคะแนนหลังเรียนสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ 0.015 โดยค่าเฉลี่ยคะแนนหลังเรียนของกลุ่มทดลองที่เรียนรู้ผ่านเพลงอยู่ที่ 7.29 และกลุ่มทดลองที่เรียนรู้ผ่านเกมอยู่ที่ 6.71 ส่วนกลุ่มควบคุมอยู่ที่ 4.29 แสดงว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมมีความแตกต่างกัน ในส่วนด้านความพึงพอใจต่อแอปพลิเคชัน พบว่าผู
Full Text : Download! |
||
| 5. | การปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) ในธุรกิจร้านขายยา ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Chatbot และ Chat GPT [แสดงบทคัดย่อ] [ซ่อนบทคัดย่อ] | |
| ผู้แต่ง : เกริกเกียรติ สมศรี | ||
| การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบ CRM ที่ใช้เทคโนโลยี Chatbot
เชื่อมกับ Chat GPT ในบริบทของร้านขายยา โดยวิเคราะห์ในสามด้านหลัก ได้แก่ ความแม่นยำของ
คำตอบ ความสามารถในการใช้งาน และภาระงานที่ผู้ใช้งานรับรู้ เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถามความ
แม่นยำ (ประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ 5 คน), แบบสอบถาม SUS (จากกลุ่มผู้ใช้ 60 คน) และแบบสอบถาม
NASA-TLX (จากพนักงาน 5 คน) ผลการศึกษาพบว่าการใช้เทคโนโลยี Chatbot เชื่อมกับ Chat GPT
สามารถช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพ CRM ของร้านขายยาโดยมีความแม่นยำ 98% ขณะที่คะแนนความ
สามารถในการใช้งานระบบ (SUS) อยู่ที่ 78.96 จาก 100 จัดอยู่ในระดับ “ดี” ส่วนคะแนนภาระงาน
(NASA-TLX) เฉลี่ย 35.5 จาก 100 แสดงว่าภาระงานโดยรวมอยู่ในระดับ “ต่ำ” การวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่า
ระบบ Chatbot ที่เชื่อมต่อกับ Chat GPT มีศักยภาพในการให้บริการข้อมูลยาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ใช้งานง่าย และช่วยลดภาระงานของพนักงานร้านขายยาอย่างมีนัยสำคัญ การประเมินภาระงานโดยใช้
แบบสอบถาม NASA Task Load Index (NASA-TLX) จากพนักงาน 5 ราย พบว่าคะแนนเฉลี่ยลดลง
จาก 82.4 (ระดับภาระงานสูง) เหลือ 35.5 (ระดับภาระงานต่ำ) แสดงให้เห็นถึงประสิทธิผลของระบบใหม่
ในการลดความเครียดและความซับซ้อนของการทำงาน
Full Text : Download! |
||
| 6. | การพยากรณ์สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนต่อการใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดของ ประเทศไทยโดยใช้เทคนิคการเรียนรู้ของเครื่อง [แสดงบทคัดย่อ] [ซ่อนบทคัดย่อ] | |
| ผู้แต่ง : กฤศ คชสุวรรณ์ | ||
| ด้วยสภาพแวดล้อมของโลกได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลผลิตการเกษตร
ลดลงและการจัดหาทรัพยากรน้าที่มีความยากมากขึ้น อันเนื่องจากปริมาณน้าฝนที่น้อยลง สภาพ
อากาศเปลี่ยนแปลงและอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสาเหตุของสภาพแวดล้อมของโลกที่เปลี่ยนแปลงเกิด
จากการปล่อยแก๊สเรือนกระจกต่าง ๆ ซึ่งมาจากการใช้พลังงานฟอสซิลที่เป็นแหล่งพลังงานหลักของ
มนุษย์ ด้วยความผันผวนของราคาน้ามันดิบและแก๊สธรรมชาติที่ได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจ
ของโลก อัตราการแลกเปลี่ยนเงินตรา ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ สภาพภูมิอากาศ และประเทศไทยมีก้าลัง
การผลิตพลังงานฟอสซิลไม่เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ การเปลี่ยนถ่ายการใช้พลังงาน
ฟอสซิลไปสู่พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกอื่น ๆ มีความจ้าเป็นมายิ่งขึ้น เพื่อลดปัญหา
ทางด้านสิ่งแวดล้อมและเพิ่มความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศไทย
ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะส้ารวจแนวโน้มความสามารถในการพัฒนาการผลิตไฟฟ้าจาก
พลังงานทดแทนของประเทศไทยและศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อพัฒนาการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน
และการใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งหมด เพื่อพยากรณ์สัดส่วนปริมาณการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนต่อ
ปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดของประเทศไทย โดยการใช้ Random Forest, Extremely
Randomized Trees (ExtraTrees), Adaptive Boosting (AdaBoost), Extreme Gradient
Boosting (XGBoost), Light Gradient Boosting (LGB), Long-short-term memory (LSTM),
Recurrent neural network (RNN), Gated recurrent unit (GRU), Support vector regression
(SVR) และ Prophet ในการพยากรณ์ปริมาณการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนและปริมาณ
การผลิตพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทยหลังจาก 12 เดือนภายหลังแล้วท้าการหาอัตราส่วนการผลิต
ไฟฟ้าจาก
Full Text : Download! |
||
| 7. | การพัฒนาระบบการเรียนอีเลิร์นนิงแบบปรับเหมาะโดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้ Constructivism Theory และทฤษฎีการเรียนรู้ VARK [แสดงบทคัดย่อ] [ซ่อนบทคัดย่อ] | |
| ผู้แต่ง : พรรษชล แสงอรุณ | ||
| จากการศึกษาและทำแบบสำรวจการเรียนวิชาบังคับของนักศึกษาคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ
สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่นจำนวน 320 คน ที่มีผลการเรียนต่ำ พบว่าวิชาภาษาญี่ปุ่นเป็นวิชาที่นักศึกษา
ในชั้นปีที่1 และชั้นปีที่ 2 มีผลการเรียนต่ำ คิดเป็น 55% ของวิชาทั้งหมด ซึ่งการเรียนภาษาญี่ปุ่น โดย
เฉพาะที่สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น นักศึกษาต้องเรียนภาษาญี่ปุ่นเป็นวิชาบังคับ ผู้วิจัยจึงมีความสนใจ
ที่จะศึกษาปัญหาและวิธีการที่ทำให้นักศึกษามีผลการเรียนที่ดีขึ้น ด้วยระบบอีเลิร์นนิงแบบปรับเหมาะ
ตามทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยใช้ทฤษฎี Constructivism และทฤษฎีการเรียนรู้ VARK เพื่อให้
สอดคล้องกับทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนโดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ โดยมีวัตถุประสงค์การ
วิจัย ดังนี้ 1. เพื่อศึกษาวิเคราะห์รูปแบบการเรียนรู้ตามทฤษฎี Constructivism และนำมาประยุกต์ใช้
ร่วมกันกับทฤษฎีการเรียนรู้ VARK 2. เพื่อพัฒนาระบบอีเลิร์นนิงแบบปรับเหมาะตามรูปแบบการเรียนรู้
VARK ผ่านเว็บแอปพลิเคชัน ที่นำเสนอเนื้อหาให้สอดคล้องกับทฤษฎีการสร้างความรู้ด้วยตนเองและ
เหมาะสมกับทักษะความถนัดของผู้เรียน 3. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังของ
ผู้เรียนที่เรียนด้วยระบบอีเลิร์นนิงแบบปรับเหมาะตามรูปแบบการเรียนรู้ VARK 4. เพื่อประเมินความ
พึงพอใจการใช้ระบบการเรียนอีเลิร์นนิงแบบปรับเหมาะตามรูปแบบการเรียนรู้ VARK วิจัยโดยใช้
แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลทักษะความถนัดและพัฒนาระบบอีเลิร์นนิงแบบปรับเหมาะ
ตามทฤษฎีการเรียนรู้ Constructivism และทฤษฎีการเรียนรู้ Vark และแบบทดสอบก่อนเรียน แบบทดสอบ
ระหว่างเรียน และแบบทดสอบหลังเรียน โดยแบ่งกลุ่มการทดลองเป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มทดลองและกลุ่ม
ควบคุม เพื่อทำก
Full Text : Download! |
||




Center of Academic Resource
Institute of Technology 1771/1, E Building, Fl. 2,
Pattanakarn Rd, Suan Luang, Bangkok, 10250
