fieldjournalid
![]() | วิทยานิพนธ์ (MET) 2025 |
| 1. | : การจัดตารางการผลิตที่ให้ค่าปริมาณงานระหว่างกระบวนการที่เหมาะสมสำหรับการผลิตแบบไหลเลื่อนแบบยืดหยุ่นที่มีเครื่องจักรขนานที่ไม่สัมพันธ์กัน. [แสดงบทคัดย่อ] [ซ่อนบทคัดย่อ] | |
| ผู้แต่ง : เบญจพร ชัยเนตร | ||
| งานวิจัยนี้ศึกษาการจัดตารางการผลิตในระบบการผลิตแบบไหลเลื่อนแบบยืดหยุ่น (Flexible Flow Shop) ที่มีเครื่องจักรขนานที่ไม่สัมพันธ์กัน โดยพัฒนาฟังก์ชันวัตถุประสงค์ร่วมที่บูรณาการผลรวมเวลารอคอยระหว่างกระบวนการ (WIP_waittotal) และผลรวมความล่าช้า (Total Tardiness) และใช้ขั้นตอนวิธีเชิงพันธุกรรม (GA) ในการหาคำตอบ การทดลองครอบคลุม 18 ชุด ภายใต้ปัจจัยจำนวนงาน 20 งาน และ50 งาน โครงสร้างเครื่องจักร 3 ระดับต่อ 3 กระบวนการที่แต่ละกระบวนการมีจำนวนเครื่องจักรเท่ากับ 2-2-2, 2-3-2 และ 3-3-3 และค่าระดับความตึงตัวของกำหนดส่งมอบงาน
ผลการวิจัยพบว่าจำนวนงานมีผลกระทบสูงสุดต่อทุกตัวชี้วัด โดย WIP_waittotal และ Total Tardiness เพิ่มขึ้นกว่า 7 เท่าเมื่อจำนวนงานเพิ่มจาก 20 งาน เป็น 50 งาน การเพิ่มจำนวนเครื่องจักรในแต่ละกระบวนการส่งผลให้ค่า Makespan และ Mean Flow Time ลดลงโดยโครงสร้าง 3–3–3 ให้ค่า Makespan และ Mean Flow Time ต่ำที่สุด ขณะที่โครงสร้าง 2–3–2 ลด WIP_waittotal ได้ดีกว่าในกรณีปัญหาขนาดกลาง และปัจจัยความตึงตัวของการส่งมอบงาน (θ) ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติต่อการไหลของงาน เนื่องจากตัวชี้วัดดังกล่าวถูกกำหนดโดยโครงสร้างของระบบเป็นหลัก
Full Text : Download! |
||
| 2. | การศึกษาอิทธิพลของขนาดอนุภาคของแกลบผสมกากกาแฟต่อคุณสมบัติทางกลและกายภาพของวัสดุไมซีเลียมคอมโพสิตสำหรับโฟมบรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้ [แสดงบทคัดย่อ] [ซ่อนบทคัดย่อ] | |
| ผู้แต่ง : กัลยรัตน์ พุฒวงศ์สกุล | ||
| งานวิจัยนี้พัฒนาวัสดุไมซีเลียมไบโอคอมโพสิต (MBC) จากกากกาแฟ-แกลบเพื่อเป็นทางเลือกในการเพิ่มมูลค่ากากกาแฟและแกลบ วัตถุประสงค์ของงานวิจัยคือเพื่อศึกษาอิทธิพลของขนาดอนุภาคของแกลบที่ผสมในกากกาแฟสำหรับเป็นวัสดุเสริมแรงในวัสดุ MBC ต่อการเจริญเติบโตของไมซีเลียม คุณสมบัติทางกลและอัตราการดูดซึมน้ำโดยกำหนดอัตราส่วนของกากกาแฟ:แกลบ = 70:30 ชิ้นงาน MBC กากกาแฟ-แกลบถูกจำแนกตามเวลาที่บดแกลบเป็น 3 กลุ่มคือ 1. MBC/SCG-RHG-60sec จากกากกาแฟ-แกลบบดที่เวลา 60 วินาที 2. MBC/SCG-RHG-120sec จากกากกาแฟ-แกลบบดที่ 120 วินาที และ 3. MBC/SCG-RH จากกากกาแฟ-แกลบที่ไม่ผ่านการบด ผลการเจริญเติบโตของเส้นใยไมซีเลียมบนจานเพาะ พบว่าเส้นใยไมซีเลียมที่เติบโตบน SCG-RH มีการแผ่ขยายในแนวรัศมีได้ดีกว่าแต่มีความหนาแน่นของเส้นใยที่ต่ำทำให้เส้นใยไมซีเลียมมีความแข็งแรงน้อยกว่าที่เติบโตบน SCG-RHG องค์ประกอบทางเคมีของ RH และ RHG ถูกตรวจสอบด้วยวิธีการ Chesson Datta พบว่าเมื่อบดแกลบด้วยระยะเวลาที่เพิ่มขึ้นทำให้เฮมิเซลลูโลสเพิ่มขึ้นและลิกนิน
ลดลงซึ่งสอดคล้องกับการเจริญเติบโตที่ช้าของเส้นใยไมซีเลียมใน MBC/SCG-RH เนื่องจากมีลิกนินเป็นส่วนประกอบมากและความพรุนจากแกลบสูงกว่า MBC/SCG-RHG ดังนั้นเส้นใยไมซีเลียมมีจึงความหนาแน่นน้อยส่งผลต่อการยึดเกาะอนุภาคของ MBC/SCG-RH ที่น้อยลงและความต้านทานแรงกดต่ำ (0.164 ± 0.019 MPa)
Full Text : Download! |
||
| 3. | การพัฒนาระบบจอดรถอัตโนมัติโดยใช้การเรียนรู้แบบเสริมกำลังเชิงลึก จากสภาพแวดล้อมจำลอง. [แสดงบทคัดย่อ] [ซ่อนบทคัดย่อ] | |
| ผู้แต่ง : วรพงษ์ ศรีสอาด | ||
| การจอดรถเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ผู้ใช้ยานพาหนะทุกคนต้องประสบพบเจอและมีความท้าทาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่จำนวนผู้ใช้รถยนต์มีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การค้นหาที่จอดรถเป็นเรื่องที่ยากลำบากขึ้น และยังเพิ่มความเสี่ยงต่ออันตรายจากการชนหรือเฉี่ยวชนขณะเข้าจอด เพื่อเป็นการยกระดับความสะดวกและรวดเร็วในการจอดรถ เทคโนโลยีระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับการจอดรถอัตโนมัติจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ การวิจัยนี้มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการพัฒนาและฝึกอบรมโมเดลสำหรับระบบจอดรถอัตโนมัติ โดยใช้สภาพแวดล้อมจำลองที่สร้างขึ้นจากแพลตฟอร์ม Unity ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการจำลองสถานการณ์เสมือนจริง โมเดล AI จะได้รับการฝึกฝนและพัฒนาให้เรียนรู้พฤติกรรมการจอดรถโดยใช้เทคนิค Proximal Policy Optimization (PPO) ซึ่งเป็นหนึ่งในรูปแบบของ Reinforcement Learning (RL) โดยงานวิจัยในครั้งนี้ได้ทำการทดลองบนสภาพแวดล้อมจำลอง เทคนิคนี้เลียนแบบวิธีการเรียนรู้ของมนุษย์ โดยเน้นการเรียนรู้ผ่านการลองผิดลองถูกและการได้รับผลตอบแทนจากการกระทำนั้นๆ คล้ายกับการฝึกฝนสิ่งมีชีวิตด้วยการให้รางวัลเมื่อกระทำได้ถูกต้อง และลดรางวัลหรือลงโทษเมื่อกระทำผิดพลาด เป้าหมายหลักของการฝึกฝนโมเดล PPO คือการลดระยะห่างระหว่างรถกับสิ่งกีดขวาง และเพิ่มความแม่นยำในการเข้าช่องจอด เพื่อประเมินประสิทธิภาพในการจอดรถในสถานการณ์จำลองที่หลากหลาย เช่น การจอดรถระหว่างรถสองคัน และการจอดในช่องจอดที่แคบ ผลการวิจัยที่คาดหวังจะนำไปสู่การพัฒนาระบบช่วยเหลือการจอดรถอัตโนมัติที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยในสภาพแวดล้อมจริง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและลดความเสี่ยงให้กับผู้ขับขี่ในอนาคต
Full Text : Download! |
||
| 4. | การจัดตารางการผลิตสำหรับระบบการผลิตแบบไหลเลื่อนยืดหยุ่น ที่มีเครื่องจักรขนาน แบบไม่สัมพันธ์กันและมีประสิทธิภาพไม่เท่ากัน [แสดงบทคัดย่อ] [ซ่อนบทคัดย่อ] | |
| ผู้แต่ง : วิมลสิริ ประภาติกุล | ||
| งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาปัญหาการจัดตารางการผลิตในระบบ Flexible Flow Shop ที่มีลักษณะเครื่องจักรแบบ Unrelated Parallel Machines ซึ่งเครื่องจักรในแต่ละสถานีมีสมรรถนะการทำงานที่แตกต่างกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดระยะเวลาการผลิตรวม (Makespan) และเวลาไหลเฉลี่ยของงาน (Average Flow Time) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญของประสิทธิภาพการผลิตในระบบที่มีความซับซ้อนสูง
ในการศึกษานี้ ได้นำ Genetic Algorithm มาใช้เป็นวิธีการค้นหาคำตอบที่เหมาะสม โดยออกแบบโครโมโซมในรูปแบบลำดับงาน และใช้หลักการเลือกเครื่องจักรที่ให้เวลาสิ้นสุดเร็วที่สุดในการจัดตารางการผลิต จากนั้นทำการเปรียบเทียบประสิทธิภาพกับวิธี Brute Force Algorithm โดยกำหนดเงื่อนไขการทดลองให้ใช้ชุดข้อมูลเดียวกัน และจำกัดเวลาในการรันโปรแกรมเท่ากันที่ 2 นาที ผลการทดลองจาก 10 กรณี ของปัญหา 20 งาน พบว่า Genetic Algorithm สามารถให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพดีกว่า Brute Force Algorithm อย่างสม่ำเสมอในภาพรวม โดยมีค่า Makespan เฉลี่ยเท่ากับ 107.40 ขณะที่ Brute Force Algorithm มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 113.70 คิดเป็นการลดลงประมาณ 5.54% นอกจากนี้ ค่า Average Flow Time ของ Genetic Algorithm มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 68.15 ซึ่งต่ำกว่าวิธี Brute Force ที่มีค่าเฉลี่ย 71.72 หรือปรับปรุงได้ประมาณ 4.97% แม้ในบางกรณีค่า Average Flow Time ของ Brute Force จะต่ำกว่าเล็กน้อย แต่เมื่อพิจารณาความสม่ำเสมอของผลลัพธ์ในทุกกรณีทดลอง พบว่า Genetic Algorithm ให้คำตอบที่มีเสถียรภาพและมีประสิทธิภาพมากกว่า
Full Text : Download! |
||




Center of Academic Resource
Institute of Technology 1771/1, E Building, Fl. 2,
Pattanakarn Rd, Suan Luang, Bangkok, 10250
