fieldid
| เขตข้อมูล | ข้อมูล |
บทคัดย่อ |
ปัจจัยจูงใจ ปัจจัยสุขอนามัย และอุปถัมภ์จากองค์กรส่งผลต่อความผูกพันในงานและความผูกพันต่อองค์กร กรณีศึกษา ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดสัญชาติญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง : การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ระดับปัจจัยจูงใจ ปัจจัยสุขอนามัย อุปถัมภ์จากองค์กร ความผูกพันในงานและความผูกพันต่อองค์กร 2) ปัจจัยจูงใจส่งผลต่อความผูกพันในงาน 3) ปัจจัยสุขอนามัยส่งผลต่อความผูกพันในงาน 4) อุปถัมภ์จากองค์กรส่งผลต่อความผูกพันในงาน และ 5) ความผูกพันในงานส่งผลต่อความผูกพันต่อองค์กร ทั้งนี้ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือบุคลากรที่ทำงานประจำในร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดสัญชาติญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง จำนวน 142 คน โดยใช้แบบสอบถามในการเก็บข้อมูล สถิติที่ใช้ ประกอบด้วย ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ โดยใช้การวิเคราะห์ตัวแบบสมการเชิงโครงสร้าง (SEM) โดยโปรแกรม Smart PLS 4.1.0.9
ผลการศึกษาพบว่า 1) ระดับความคิดเห็นเฉลี่ยความผูกพันในงานอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.38) ความผูกพันต่อองค์กรอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.32) ปัจจัยสุขอนามัยอยู่ในระดับมาก ( =4.15) ปัจจัยจูงใจอยู่ในระดับมาก ( =4.06) และอุปถัมภ์จากองค์กรอยู่ในระดับมาก ( =4.05) ผลการทดสอบสมมติฐาน 2) พบว่าปัจจัยจูงใจ (Path Coefficients = 0.296) ส่งผลต่อความผูกพันในงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 3) พบว่าปัจจัยสุขอนามัย (Path Coefficients = 0.294) ส่งผลต่อความผูกพันในงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 4) พบว่าอุปถัมภ์จากองค์กรส่งผลต่อความผูกพันในงานอย่างไม่มีนัยสำคัญ และ 5) ความผูกพันในงาน (Path Coefficients = 0.756) ส่งผลต่อความผูกพันต่อองค์กรอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01
ดังนั้น บริษัทควรพิจารณาปัจจัยจูงใจในเรื่องการมอบหมายงานที่ท้าทายเพื่อให้พนักงานได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่และแสดงความชื่นชมเมื่อพนักงานทำงานบรรลุเป้าหมาย ในส่วนของปัจจัยสุขอนามัยบริษัทควรกำหนดนโยบายและเป้าหมายในการท
|
ผู้แต่ง |
|
ประเภทสิ่งพิมพ์ |
|
เลขหน้า |
98 |
หัวเรื่อง |
|
หัวเรื่อง |
|
เอกสารฉบับเต็ม |




Center of Academic Resource
Institute of Technology 1771/1, E Building, Fl. 2,
Pattanakarn Rd, Suan Luang, Bangkok, 10250
